Pajero Sport ดีเซล หลังทำ Oxyhtech
ดีท็อกซ์เครื่องยนต์ สะอาดขึ้น เร่งดีขึ้น ขับสนุก ไอเสียลดลง
ฟีดแบคลูกค้า เจ้าของ รถปาเจโร่ สปอร์ต เครื่องยนต์ดีเซล วิ่งทดสอบสมรรถนะ พิสูจน์ผลลัพธ์หลังทำ Oxyhtech ช่วยฟื้นฟูกำลังเครื่องยนต์ ขับลื่นขึ้น เร่งไม่หน่วง ลดเขม่าสะสมในท่อไอดี
สัญญาณบอกว่า..สมรรถนะรถ เริ่มดรอปลง หลังใช้งานมานาน (อาการก่อนทำ Oxyhtech)
สังเกตง่าย ๆ คือ รถเริ่มมีอาการ “อืด” ต้องเหยียบคันเร่งมากขึ้นถึงจะพารถไปต่อได้ เป็นสัญญาณบอกว่าเครื่องยนต์เริ่มอ่อนล้า ไม่มีกำลังเท่าเดิม ต้องใช้เวลามากขึ้นเพื่อเร่งความเร็ว หรือ การเร่งความเร็วในเกียร์สูง รถอาจตอบสนองไม่ทันใจเหมือนเดิม ต้องเลี้ยงคันเร่งหนักขึ้น บ่งบอกว่าเครื่องยนต์อาจมีความสกปรก มีคราบคาร์บอนสะสมตามชิ้นส่วนหรือระบบต่าง ๆ ของเครื่องยนต์มากเกินไป เป็นสาเหตุให้เครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ปล่อยควันดำมากกว่าปกติและกินเชื้อเพลิง ซึ่งการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพ ยืดอายุการทำงานของเครื่องยนต์ได้นานขึ้น แต่หากปล่อยไว้ก็อาจทำให้ชิ้นส่วนเครื่องเสียหาย
บำรุงรักษาเครื่องยนต์ด้วย OXYHTECH นวัตกรรมดีท็อกซ์เครื่องยนต์ใน 1 ชม. ล้างท่อไอดี ดีกว่าอุด EGR ไม่ต้องถอดเครื่อง ประหยัดเงินและเวลา
สำหรับเครื่องยนต์ของรถดีเซล มักเจอปัญหาการสะสมเขม่าภายในระบบ EGR (Exhaust Gas Recirculation) หากปล่อยไว้นาน ๆ อาจทำให้ท่อไอดีอุดตันและเครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น หลายคนจึงเลือกที่จะอุด EGR เพื่อลดการสะสมเขม่า แต่การปิดระบบนี้ทำให้กระบวนการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้รถปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้น
ส่วนการถอดล้างระบบอย่างละเอียด เช่น ล้างท่อไอดี ล้างหัวฉีด ล้างเขม่าลูกสูบ ฯลฯ ในรถปาเจโร่ ดีเซล มีการวางเครื่องที่ซับซ้อน ทำให้การถอดเครื่องเพื่อทำความสะอาดมีความยุ่งยาก เสียเวลานาน และค่าใช้จ่ายสูง
“ ผมเป็นคนที่ขับรถค่อนข้างจับฟิลรถอยู่แล้ว โดยปกติปาเจโร่เป็นแบรนด์ที่ถอดเครื่องค่อนข้างยาก จะทำอะไรเหมือนต้องถอดเยอะ เป็นปัญหาของคนที่อยากจะทำความสะอาดเครื่อง ไม่อยากทำเพราะว่ามันรื้อเยอะ แล้วก็เสียเวลานาน ถ้ายังงี้ทำชั่วโมงครึ่ง ดีกว่าการไปถอดแบบสองสามวัน โดนค่าคนเพิ่มขึ้น
และส่วนคนที่อยากจะอุด EGR ก็เพราะแบบนี้ มันจะมีเขม่าที่ไปสะสมในตัวท่อไอดี ซึ่งเวลาถอดล้างมันยาก เขาก็เลยเลือกที่จะปิด แต่พอปิดปุ๊บมันคือการทำให้ระบบไม่สมบูรณ์ สุดท้ายมันก็ไปทำให้ระบบไม่ครบวงจร ทำให้เกิดมลพิษ ผมมองว่าเขาต้องการ ทำให้เครื่องยนต์ตัวเองสะอาด ด้วยการเอาเขม่าออก เพื่อจะได้ไม่ต้องถอดล้างแค่นั้นเอง เขากลัวการถอดล้างกัน ”
ดังนั้น จะดีกว่าไหม? ถ้าการทำ Oxyhtech เป็นอีกโซลูชั่นที่ช่วยให้คุณบำรุงรักษาเครื่องยนต์ได้ง่ายขึ้น ล้างทำความสะอาดทั้งระบบ ขั้นตอนเดียวจบ ใช้เวลาแค่ 1-1.30 ชม. ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ต้องเสี่ยงกับการถอดเครื่องยนต์
ทดสอบประสิทธิภาพ หลังทำ Oxyhtech – ปาเรโร่ สปอร์ต ดีเซล ?
✔️ การตอบสนองของเครื่องยนต์ดีขึ้นมาก
✔️ อัตราเร่ง การออกตัวดีขึ้น ไม่อืด
✔️ รอบเครื่องยนต์ขึ้นตามการกดคันเร่ง ขับขี่ลื่นขึ้น
✔️ เร่งแซงได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยมากขึ้น
✔️ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น ลดอาการกินน้ำมัน
Oxyhtech ช่วยฟื้นฟูสมรรถนะ คืนกำลังให้เครื่องยนต์ ประหยัดเชื้อเพลิง ดีขึ้น?
เรื่องสมรรถนะของรถ และความประหยัดที่ดีขึ้น คือ “ผลพลอยได้ จากการทำ Oxyhtech” เพราะเทคโนโลยีนี้เข้าช่วยให้ชิ้นส่วนในระบบต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ “สะอาดขึ้น” กลับมาทำงานได้สมบูรณ์มากขึ้น เกิดการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งที่ดีขึ้น เครื่องยนต์กลับมามีกำลัง ตอบสนองการขับขี่ได้ดี รถไม่อืด ออกตัวดีขึ้น
Oxyhtech สามารถทำได้กับเครื่องยนต์ทุกประเภท ทั้งเบนซินและดีเซล เหมาะรถที่ใช้งานทุกวัน รถขนาดใหญ่ กระบะ ปิ๊กอัพ เอสยูวี รถตู้ รถบรรทุก รถพ่วง รถเก๋ง เลขไมค์เกิน 20,000-40,000 กม. หลังทำ Oxyhtech จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน
รักรถต้องดูแล อย่าปล่อยให้ เครื่องยนต์สกปรก
รถที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน 70,000-100,000 กม. ขึ้นไป รวมถึงรถใช้งานหนัก ๆ อย่างรถกระบะ รถบรรทุก รถสิบล้อ มักเลี่ยงไม่ได้ที่เครื่องยนต์จะสึกหรอมากกว่ารถที่ใช้งานปกติทั่วไป ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ควันดำ กินน้ำมัน แล้วยิ่งถ้าระบบภายในเครื่องยนต์มีความสกปรกมาก เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน เศษฝุ่น/โลหะ คราบสนิม คราบเขม่าคาร์บอน เข้าไปเกาะตามชิ้นส่วนต่าง ๆ เป็นเวลานานจนแห้งแข็ง ยิ่งทำให้เครื่องยนต์สึกหรอ ชิ้นส่วนภายในมีโอกาสชำรุดเสียหายเร็วขึ้น เพราะเหมือนมี “กระดาษทราย” คอยเสียดสีตลอดเวลา และนั่นอาจทำให้คุณต้องจ่ายเงินก้อนโต แถมเสียเวลาเป็นวัน ๆ กับการเอารถไปซ่อม หรือทำความสะอาดภายในเครื่องยนต์ครั้งใหญ่ ( เมื่อไหร่จะครบทั้งระบบ ไม่จบสักที? )

